ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

การประกอบเครื่อง

ก่อนเริ่มแกะกล่อง แนะนำให้เตรียมพื้นที่ทำงานที่มั่นคงและมีพื้นที่รอบตัวเครื่องพอสมควร เพราะ Bambu Lab X2D เป็นเครื่องขนาดใหญ่และมีชิ้นส่วนป้องกันหลายตำแหน่งที่ต้องถอดออกตามลำดับ

จุดที่สำคัญที่สุดคือ อย่าเพิ่งถอดโฟมใต้ Heatbed ตั้งแต่แรก ให้ถอดหลังจากทำ Initial Calibration ครั้งแรกเสร็จแล้วเท่านั้น

หัวข้อ

รายละเอียดที่ควรรู้ก่อนเริ่ม

เวลาที่ควรเผื่อ

ควรเผื่อเวลาให้พอสำหรับแกะกล่อง ติดตั้งอุปกรณ์ และทำ Calibration โดยไม่เร่งรีบ

เครื่องมือที่ใช้

ใช้เครื่องมือที่มากับเครื่อง เช่น H2.0 Allen Key และ Open-end Wrench ตามขั้นตอนของ Bambu Lab

บรรจุภัณฑ์

Bambu Lab แนะนำให้เก็บกล่องและวัสดุบรรจุภัณฑ์เดิมไว้อย่างน้อย 30 วัน เพื่อให้การคืนหรือเปลี่ยนสินค้าทำได้สะดวกหากจำเป็น

ความแตกต่างของล็อตสินค้า

วัสดุบรรจุภัณฑ์และอุปกรณ์บางรายการอาจมีการปรับปรุงตามล็อตที่ได้รับ ให้ยึดอุปกรณ์จริงที่มากับเครื่องเป็นหลัก

วิดีโอแนะนำจาก Bambu Lab

วิดีโอเหมาะสำหรับดูภาพรวมของลำดับงาน แต่ในขณะทำจริงควรอ่านขั้นตอนด้านล่างประกอบไปด้วย เพราะบางจุดมีข้อควรระวัง เช่น สกรูด้านหลังเครื่องอาจตกลงไปในห้องพิมพ์ และโฟมใต้ Heatbed ต้องถอดหลัง Calibration เท่านั้น

รายการอุปกรณ์ที่ควรมีในกล่อง

หลังเปิดกล่องแล้ว ให้ตรวจสอบอุปกรณ์หลักก่อนเริ่มประกอบ เครื่อง X2D จะมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการแกะกล่องและการติดตั้งเบื้องต้น เช่น Toolbox, Auxiliary Extruder, Spool Holder จำนวน 2 ชิ้น, Spare PTFE Tube จำนวน 2 เส้น, Touchscreen และ External Exhaust Fan Bundle ซึ่งประกอบด้วย External Exhaust Fan และสาย 6-pin 1

x2d_unboxing_01.jpg

1. แกะบรรจุภัณฑ์ด้านนอก

เริ่มจากเปิดกล่องด้านนอก แล้วนำ Toolbox และ Quick Start Guide ออกมาก่อน ขั้นตอนนี้ควรทำอย่างช้า ๆ เพื่อไม่ให้ดึงหรือยกชิ้นส่วนที่ยังถูกล็อกอยู่ภายในกล่องผิดจังหวะ

x2d_unboxing_02.png

x2d_unboxing_03.png

จากนั้นนำอุปกรณ์ภายในที่สามารถหยิบออกได้มาวางเตรียมไว้ก่อน

สำหรับประแจหกเหลี่ยมสำหรับขันท่อ PTFE Open-end Wrench อาจมีทั้งสีเงินหรือสีดำ ขึ้นอยู่กับล็อตที่ได้รับ ดังนั้นให้เทียบกับของจริงในกล่องเป็นหลัก

x2d_unboxing_04.png

เมื่อนำอุปกรณ์ชิ้นเล็กออกแล้ว ให้ถอดกระดาษแข็งและโฟมด้านบนออกจากกล่อง ระหว่างถอดควรสังเกตว่ามีสายหรือชิ้นส่วนใดเกี่ยวอยู่หรือไม่ เพราะการแกะกล่องเครื่องใหญ่ควรหลีกเลี่ยงการดึงแรงเกินจำเป็น 1

x2d_unboxing_05.png

x2d_unboxing_06.png

เมื่อด้านบนโล่งแล้ว ให้ยกเครื่องออกจากกล่องและวางบนพื้นที่มั่นคง ควรใช้สองคนช่วยกันยก หากพื้นที่วางยังไม่พร้อม ให้จัดโต๊ะหรือพื้นผิวให้เรียบร้อยก่อน เพราะหลังจากวางเครื่องแล้วจะต้องเปิดฝาและถอดวัสดุป้องกันหลายจุด

x2d_unboxing_07.png

x2d_unboxing_08.png

หลังจากวางเครื่องแล้ว ให้ถอดถุงกันความชื้นออก จากนั้นหยิบท่อ PTFE Tube สำรอง ออกมาเก็บไว้ จุดนี้เป็นจุดที่หลายคนมักมองข้าม เพราะท่อ PTFE สำรองอาจอยู่รวมกับวัสดุป้องกันและถูกทิ้งไปโดยไม่ตั้งใจ

x2d_unboxing_09.png

x2d_unboxing_10.png

ต่อมาให้ลอกเทปด้านบน ถอด Top Glass Cover ออก และนำถุงป้องกันออกจากตัวเครื่อง การถอด Top Glass Cover ควรวางไว้ในตำแหน่งที่ปลอดภัย ไม่วางบนขอบโต๊ะหรือพื้นที่ที่มีโอกาสกระแทก

แผ่นที่วางด้านบนทำจากกระจก Temper ซึ่งต้องระมัดระวังในการวาง เพราะอาจะหล่นแตกได้

x2d_unboxing_11.png

x2d_unboxing_12.png

ที่ด้านหน้าเครื่อง ให้ลอกเทปบริเวณประตูหน้าออก แล้วถอดถุงป้องกันและโฟมบริเวณมือจับออกให้เรียบร้อย หลังถอดแล้วควรเปิด-ปิดประตูเบา ๆ เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีเทปหรือโฟมค้างอยู่ตรงขอบประตู

x2d_unboxing_13.png

x2d_unboxing_14.png

สุดท้ายของขั้นตอนนี้ ให้ลอกฟิล์มป้องกันบริเวณกระจกด้านข้างออกทั้งสองฝั่ง ฟิล์มเหล่านี้มีไว้ป้องกันรอยระหว่างขนส่ง

x2d_unboxing_15.png

x2d_unboxing_16.png

2. นำอุปกรณ์เสริมภายในเครื่องออก

หลังจากถอดวัสดุด้านนอกแล้ว ให้เปิดเครื่องและนำกระดาษแข็งรวมถึงอุปกรณ์เสริมที่อยู่ภายใน Chamber ออกทั้งหมด ขั้นตอนนี้ควรทำก่อนถอดวัสดุป้องกันแกนและ Heatbed เพื่อให้มองเห็นพื้นที่ภายในเครื่องได้ชัดเจน

x2d_unboxing_17.png

x2d_unboxing_18.jpg

3. ถอดวัสดุโฟมและพลาสติกป้องกันระหว่างขนส่ง

ในขั้นตอนนี้ให้ใช้ H2.0 Allen Key ถอดสกรู 3 ตัวที่ถูกทำเครื่องหมายสีแดงไว้ สกรูเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการล็อก Heatbed ระหว่างขนส่ง จึงต้องถอดออกก่อนเปิดใช้งานเครื่องตามปกติ

x2d_unboxing_19.png

โฟมใต้ Heatbed ให้เอาออกหลังจากทำ Initial Calibration ครั้งแรกเสร็จแล้วเท่านั้น นอกจากนี้ สกรูด้านหลังเครื่องอาจตกลงไปใน Chamber ได้ Bambu Lab แนะนำให้ใช้ไขควงแม่เหล็ก แหนบ หรือเครื่องมือที่คล้ายกันช่วยรับหรือหยิบสกรู เพื่อป้องกันไม่ให้สกรูตกเข้าไปในตัวเครื่อง

หลังถอดสกรูแล้ว ให้ถอด Lead Screw Fixture ทั้งสองตำแหน่งออก การถอดควรทำทีละฝั่งและตรวจสอบว่าไม่มีชิ้นส่วนพลาสติกหรือวัสดุล็อกหลงเหลืออยู่บริเวณ Lead Screw

x2d_unboxing_20.png

x2d_unboxing_21.png

ภายใน Chamber จะมีซองดูดความชื้น เทป และฟิล์มป้องกันสีขาวบริเวณกระจกด้านข้าง ให้ถอดออกให้ครบ เพราะวัสดุเหล่านี้มีไว้สำหรับการขนส่ง ไม่ควรปล่อยค้างไว้ขณะเครื่องทำงาน

x2d_unboxing_22.png

x2d_unboxing_23.png

จากนั้นดึงตัวป้องกันพลาสติกสีแดงบริเวณ Lead Screw ลงและถอดออกทั้งสองข้าง ชิ้นส่วนสีแดงเหล่านี้เป็นตัวล็อกเพื่อป้องกันการขยับระหว่างขนส่ง จึงต้องถอดก่อนใช้งาน

x2d_unboxing_24.png

x2d_unboxing_25.png

ต่อมาให้ตัดและถอด Zip Tie บน Linear Rod แล้วค่อย ๆ ดึงชุดหัวฉีด Toolhead มาทางประตูหน้า จุดนี้ควรใช้กรรไกรหรือคีมตัด เพื่อไม่ให้โดนสายพาน สายไฟ หรือชิ้นส่วนพลาสติกใกล้เคียง

ไม่แนะนำให้ใช้คัดเตอร์ เพราะอาจจะออกแรงมากเกินไป แล้วทำให้ใบมีดไปขูดหรือทำลายชิ้นส่วนอื่น

x2d_unboxing_26.png

x2d_unboxing_27.png

หลังจากเลื่อน Toolhead มาแล้ว ให้ตัด Zip Tie บน Toolhead และถอดโฟมด้านหลัง Linear Rod ออกให้หมด ควรตรวจอีกครั้งว่าด้านหลังชุดแกนไม่มีโฟมค้างอยู่ เพราะจุดนี้อาจมองเห็นยากหากแสงภายใน Chamber ไม่พอ

x2d_unboxing_28.png

x2d_unboxing_29.png

จากนั้นลอกฟิล์มป้องกันบน Toolhead ออก

ในบรรจุภัณฑ์ที่มีการปรับปรุงใหม่ ฟิล์มป้องกันบน Toolhead อาจถูกถอดออกแล้ว ดังนั้นหากไม่พบฟิล์มในเครื่องที่ได้รับ อาจเป็นไปตามการอัปเดตบรรจุภัณฑ์ของล็อตนั้น

x2d_unboxing_30.png

เมื่อถอดวัสดุป้องกันภายในส่วนหลักเรียบร้อยแล้ว ให้วาง Top Glass Cover กลับเข้าที่ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนติดตั้ง Touchscreen

x2d_unboxing_31.png

4. ติดตั้ง Touchscreen

เริ่มจากลอกเทปที่ยึดสายของ Touchscreen ออกก่อน สายนี้จะถูกนำไปเสียบเข้ากับพอร์ตของหน้าจอ จึงควรจับเฉพาะบริเวณหัวสายและหลีกเลี่ยงการดึงสายแรงเกินไป

x2d_unboxing_32.png

ให้จับหัวสายที่ด้านข้างทั้งสองด้าน แล้วเสียบเข้าพอร์ตของหน้าจอโดยตรง การจับที่หัวสายแทนการดึงจากตัวสายช่วยลดโอกาสที่สายจะบิดหรือหลุดจากตำแหน่ง

x2d_unboxing_33.png

x2d_unboxing_34.png

หลังจากเสียบสายแล้ว ให้จัดสายกลับเข้าไปในร่องของเครื่อง ใส่หน้าจอเข้าตำแหน่ง และเลื่อนไปทางซ้ายเพื่อล็อกให้เข้าที่ หากหน้าจอยังไม่เข้าร่อง ไม่ควรฝืนกดแรง ให้ถอดออกมาตรวจทิศทางและตำแหน่งสายอีกครั้ง

x2d_unboxing_35.png

5. ติดตั้ง Auxiliary Extruder

เริ่มจากถอดเทปที่ยึดสายและ PTFE Tube ของชุด Auxiliary Extruder ออกให้เรียบร้อย ขั้นตอนนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดทางเดินเส้นฝั่ง Auxiliary จึงควรตรวจให้แน่ใจว่าสายและท่อไม่พันหรือไขว้กัน

x2d_unboxing_36.png

จากนั้นเลื่อน Cover Plate ออกและเสียบสายเข้าไปในตำแหน่งที่กำหนด คู่มือต้นฉบับระบุว่าการเลื่อน Cover Plate ออกจะช่วยเพิ่มพื้นที่ทำงาน ทำให้ตรวจได้ง่ายขึ้นว่าสายเสียบแน่นแล้ว แต่สามารถเสียบสายโดยไม่ถอด Cover Plate ออกได้เช่นกัน

x2d_unboxing_37.png

x2d_unboxing_38.png

หลังเสียบสายเสร็จ ให้ใส่ Cover Plate กลับเข้าที่เดิม โดยตรวจว่าฝาปิดไม่กดทับสายและไม่มีสายส่วนใดโผล่ออกมาในตำแหน่งที่อาจขัดกับการติดตั้งชิ้นส่วนถัดไป

x2d_unboxing_39.png

ต่อมาให้คลายน็อตบน Auxiliary Extruder ด้วยมือก่อนเสียบ PTFE Tube การคลายด้วยมือช่วยให้ปรับตำแหน่งท่อได้โดยไม่ทำให้ข้อต่อเสียหาย

x2d_unboxing_40.png

เสียบ PTFE Tube เข้า Connector ประมาณ 22 มม. ตามคู่มือต้นฉบับ ระยะนี้มีผลต่อความแน่นของทางเดินเส้น หากเสียบไม่สุดอาจทำให้การป้อนเส้นไม่เสถียรในภายหลัง

x2d_unboxing_41.png

Bambu Lab ระบุว่าบน PTFE Tube มี Mark สำหรับช่วยจัดตำแหน่ง ระหว่างติดตั้งให้แน่ใจว่าสติกเกอร์สีเทาถูกสอดเข้าไปในบริเวณน็อตแล้ว จุดนี้ใช้เป็นตัวช่วยตรวจว่าเสียบท่อได้ลึกพอ

ตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเสียบท่อ PTFE ไม่สุด แล้วเปิดใช้งานเครื่อง อาจจะเจอปัญหาเส้นฉีดออกมาไม่สม่ำเสมอ และอาจทำให้หัวฉีดตันได้

x2d_unboxing_42.png

จากนั้นใส่ Auxiliary Extruder เข้ากับรูยึด และกดลงเพื่อล็อกให้เข้าที่ ควรฟังและสัมผัสว่าชิ้นส่วนเข้าล็อกแล้ว ไม่โยกหรือหลวม

x2d_unboxing_43.png

x2d_unboxing_44.png

หลังติดตั้งตัว Extruder แล้ว ให้ตรวจอีกครั้งว่า PTFE Tube ด้านซ้ายเสียบเข้าไปสุดจริง ขั้นตอนตรวจซ้ำนี้สำคัญ เพราะถ้าท่อไม่สุด อาจเกิดช่องว่างในทางเดินเส้นได้

x2d_unboxing_45.png

จากนั้นใช้ Open-end Wrench ขันน็อตจนได้ยินเสียงคลิก เสียงคลิกเป็นสัญญาณว่าการล็อกถึงตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว ไม่ควรขันต่อด้วยแรงมากเกินจำเป็น

x2d_unboxing_46.png

เมื่อข้อต่อแน่นแล้ว ให้ลอกเทปที่ยึด PTFE Tube ออก เพื่อให้ท่อสามารถจัดแนวไปยังช่องต่อที่เกี่ยวข้องได้ตามปกติ

x2d_unboxing_47.png

ต่อ PTFE Tube สีเทาเข้ากับช่อง Inlet บนตัวเครื่อง แล้วต่อ PTFE Tube สีขาวเข้ากับช่อง Inlet บน Auxiliary Extruder การแยกสีของท่อช่วยให้ผู้ใช้ตรวจเส้นทางได้ง่ายขึ้นระหว่างประกอบ

x2d_unboxing_48.png

x2d_unboxing_49.png

6. ติดตั้ง Spool Holder

ให้สไลด์ Spool Holder เข้ากับฐานตามตำแหน่งที่กำหนด ตรวจให้แน่ใจว่ารางและฐานเข้ากันก่อนดันจนสุด ไม่ควรกดเอียงเพราะอาจทำให้ขาล็อกไม่เข้าที่

x2d_unboxing_50.png

จากนั้นเสียบ PTFE Tube Holder ลงในช่องของ Spool Holder โดยกดลงในแนวดิ่งตามภาพ ชิ้นส่วนนี้ช่วยจัดทิศทางของ PTFE Tube ให้เป็นระเบียบและลดการพับงอของท่อ

x2d_unboxing_51.png

ต่อ Tube สีเทาเข้ากับ Spool Holder ด้านบน แล้วติดตั้ง Spool Holder อีกชุดในตำแหน่งที่เหลือ หลังติดตั้งควรลองขยับเบา ๆ เพื่อดูว่าชิ้นส่วนล็อกแน่นและไม่หลุดง่าย

x2d_unboxing_52.png

x2d_unboxing_53.png

x2d_unboxing_54.png

สุดท้ายให้ต่อ Tube สีขาวเข้ากับ Spool Holder ด้านล่าง แล้วตรวจเส้นทางของ Tube ทั้งสองสีว่าไม่หักงอ ไม่ตึงเกินไป และไม่ขวางการเคลื่อนที่หรือการเปิด-ปิดส่วนอื่นของเครื่อง

x2d_unboxing_55.png

7. ติดตั้ง External Exhaust Kit

นำ External Exhaust Fan ใส่เข้ากับรูยึดด้านหลังเครื่อง จากนั้นกดและเลื่อนไปทางซ้ายเพื่อล็อกให้เข้าที่ การเลื่อนล็อกควรทำจนแนบสนิทกับตัวเครื่อง เพราะพัดลมชุดนี้เกี่ยวข้องกับระบบระบายอากาศด้านหลัง

x2d_unboxing_56.png

x2d_unboxing_57.png

หลังติดตั้งตัวพัดลมแล้ว ให้เสียบสาย 6-pin เข้ากับพอร์ต 6-pin บน Buffer และ External Exhaust Fan ทั้งสองด้านของสายควรเสียบให้แน่นและตรงพอร์ต ไม่ควรฝืนเสียบหากมุมหรือร่องของหัวต่อไม่ตรงกัน

x2d_unboxing_58.png

x2d_unboxing_59.png

8. เปิดเครื่องและทำ Initial Calibration

ก่อนเสียบสายไฟ ให้ตรวจสอบฉลาก Voltage ที่อยู่ใกล้ช่องเสียบไฟว่าตรงกับมาตรฐานไฟฟ้าในพื้นที่ใช้งาน คู่มือต้นฉบับระบุให้ตรวจจุดนี้ก่อนเสียบปลั๊กและเปิดเครื่อง

x2d_unboxing_60.png

เมื่อ Voltage ถูกต้องแล้ว ให้เสียบสายไฟและเปิดสวิตช์เครื่อง ขั้นตอนนี้ควรตรวจว่าพื้นที่รอบเครื่องโล่ง ไม่มีเครื่องมือหรือวัสดุบรรจุภัณฑ์วางขวางอยู่ด้านในห้องพิมพ์​

x2d_unboxing_61.png

x2d_unboxing_62.png

หลังเปิดเครื่อง ให้ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อเริ่ม Initial Calibration การทำ Calibration ครั้งแรกเป็นขั้นตอนที่ควรปล่อยให้เครื่องดำเนินการตามลำดับ ไม่ควรขยับ Heatbed หรือ Toolhead ด้วยมือระหว่างที่เครื่องกำลังทำงาน และไม่ควรจับหรือแตะเครื่องระหว่างการ Calibrate เพราะอาจทำให้ตัวเลขทีวัดได้ ผิดพลาด และส่งผลต่องานที่ปรื้นออกมา

x2d_unboxing_63.png

เมื่อ Initial Calibration เสร็จแล้ว จึงค่อยถอดโฟมใต้ Heatbed ออกตามคำแนะนำของ Bambu Lab จุดนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ต้นฉบับเน้นไว้ เพราะโฟมใต้ Heatbed ไม่ควรถูกถอดตั้งแต่ก่อน Calibration

x2d_unboxing_64.png

x2d_unboxing_65.png

เมื่อทำครบทุกขั้นตอน เครื่องจะพร้อมสำหรับขั้นตอนถัดไปคือการเริ่มพิมพ์ครั้งแรก

สรุปจุดที่ควรตรวจซ้ำก่อนเริ่ม First Print

ก่อนเริ่มใช้งานจริง ควรตรวจซ้ำอย่างเป็นระบบอีกครั้ง เพราะปัญหาหลายอย่างหลังแกะกล่องมักเกิดจากวัสดุป้องกันค้างอยู่ สายหรือ PTFE Tube เสียบไม่สุด หรืออุปกรณ์ภายนอกยังไม่ล็อกเข้าที่ การตรวจซ้ำใช้เวลาไม่นาน แต่ช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาระหว่างเริ่มพิมพ์ครั้งแรกได้มาก

จุดตรวจ

สิ่งที่ควรเห็นหลังทำเสร็จ

เหตุผลที่ควรตรวจ

กล่องและวัสดุบรรจุภัณฑ์

เก็บไว้ครบอย่างน้อย 30 วัน

รองรับกรณีต้องคืนหรือเปลี่ยนสินค้า


Chamber ภายในเครื่อง

ไม่มีกระดาษแข็ง เทป ซองดูดความชื้น ฟิล์ม หรือ Zip Tie ค้างอยู่

ป้องกันการขัดกับการเคลื่อนที่ของ Toolhead และ Heatbed

Heatbed

สกรูล็อกขนส่งถูกถอดแล้ว และโฟมใต้ Heatbed ถูกถอดหลัง Calibration เท่านั้น

เป็นเงื่อนไขสำคัญจากคู่มือต้นฉบับ

Touchscreen

หน้าจอเสียบสายแล้วและเลื่อนล็อกเข้าที่

ป้องกันหน้าจอหลวม หรือสายเสียบไม่สุด

Auxiliary Extruder

สายเสียบแน่น PTFE Tube เสียบถึงตำแหน่ง Mark และน็อตขันจนคลิก

ช่วยให้ทางเดินเส้นฝั่ง Auxiliary เสถียร

Spool Holder และ Tube

Tube สีเทาและสีขาวต่อถูกตำแหน่ง ไม่หักงอ และไม่ตึงเกินไป

ลดปัญหาการป้อนเส้นในขั้นตอนใช้งานจริง

External Exhaust Fan

พัดลมล็อกเข้าที่ และสาย 6-pin เสียบครบทั้งสองด้าน

ทำให้ระบบ External Exhaust พร้อมใช้งาน

หากมีปัญหาหลังทำครบทุกขั้นตอน เช่น เครื่องไม่เริ่ม Calibration, หน้าจอไม่ติด, Auxiliary Extruder ไม่ล็อก, หรือพบวัสดุป้องกันค้างอยู่ในจุดที่ไม่แน่ใจ ควรถ่ายภาพตำแหน่งที่พบปัญหาไว้ก่อน แล้วติดต่อทีมซัพพอร์ตพร้อมระบุขั้นตอนที่ทำไปแล้ว เพื่อให้ตรวจสอบได้ตรงจุดและลดความเสี่ยงจากการถอดประกอบผิดตำแหน่ง