ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เปลี่ยนเซ็นเซอร์เช็คเส้นพลาสติก

อธิบายขั้นตอนการเปลี่ยน Filament Sensor ของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Bambu Lab A1 Series ขั้นตอนนี้ใช้กับ A1 และสามารถประยุกต์ใช้กับ A1 mini ได้ด้วยเช่นกัน

งานนี้ต้องเปิดฝาหัวพิมพ์ ถอดสาย USB-C ถอดบอร์ด Toolhead Board และถอดสายแพของ Filament Sensor ออกจากบอร์ด ดังนั้นควรทำอย่างช้า ๆ และถอดปลั๊กไฟออกจากเครื่องทุกครั้งก่อนเริ่มงาน เพื่อป้องกันการลัดวงจรและความเสียหายกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนั้นแนะนำให้ถ่ายรูปก่อนที่ดึง connector ชุดสายไฟต่างๆ ออก เพราะจะได้จำได้ว่า เวลาใส่กลับ จะได้ใส่ถูกตำแหน่ง

image_001_a1_filament_sensor.jpg

อาการที่ควรเปลี่ยน Filament Sensor

ควรพิจารณาเปลี่ยน Filament Sensor เมื่อเครื่องมีอาการตรวจจับเส้นพลาสติกผิดปกติ เช่น โหลดเส้นแล้วเครื่องไม่รู้ว่ามีเส้นอยู่ในหัวพิมพ์ ระหว่างพิมพ์เครื่องหยุดและแจ้งปัญหาเกี่ยวกับเส้นพลาสติกซ้ำ ๆ หรือได้รับคำแนะนำจากฝ่ายเทคนิคของ Bambu Lab ให้เปลี่ยนชิ้นส่วนนี้ 1

หัวข้อ

รายละเอียด

รุ่นเครื่อง

Bambu Lab A1 สามารถใช้กับ A1 mini ได้ด้วย

อะไหล่ที่ใช้

Bambu Lab Filament Sensor

เครื่องมือ

ประแจหกเหลี่ยม H2.0 และ H1.5

เวลาประมาณการ

ประมาณ 15 นาที ตามคู่มือต้นฉบับ

ระดับความระวัง

สูง เพราะต้องถอดสายไฟ สายแพ และบอร์ด Toolhead Board

คำเตือนด้านความปลอดภัย

ก่อนเริ่มงานให้ ปิดเครื่องและถอดสายไฟออกจากปลั๊ก ทุกครั้ง เพราะระหว่างการซ่อมจะมีการเปิดหัวพิมพ์และถอดสายไฟหลายจุด หากทำขณะเครื่องยังมีไฟ อาจทำให้สายไฟหรือขั้วต่อแตะกันจนเกิดไฟฟ้าลัดวงจร และอาจทำให้บอร์ดหรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เสียหายได้

ในงานนี้มีจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษอยู่สามจุด จุดแรกคือการถอดคอนเนกเตอร์ออกจาก Toolhead Board ต้องจับที่หัวคอนเนกเตอร์ ไม่ดึงที่สายไฟโดยตรง จุดที่สองคือสายแพของ Filament Sensor ต้องดึงขึ้นตรง ๆ และเสียบกลับด้วยทิศทางที่ถูกต้อง จุดที่สามคือสกรูของสาย USB-C และ Toolhead Board ไม่ควรขันแน่นเกิน เพราะอาจทำให้เกลียวในพลาสติกเสียหรือกดสายด้านหลังจนขาดได้

ถอดฝาครอบด้านหลังของหัวพิมพ์

เริ่มจากถอดฝาครอบด้านหลังของหัวพิมพ์ออกก่อน ให้จับบริเวณส่วนล่างของฝาครอบแล้วค่อย ๆ งัดออกตามทิศทางในภาพ ฝาครอบชิ้นนี้เป็นแบบคลิปล็อก จึงไม่ควรใช้แรงบิดหรือดึงเฉียงมากเกินไป เพราะอาจทำให้เขี้ยวล็อกหักได้

image_002_remove_back_cover.jpeg

ถอดสาย USB-C ออกจากหัวพิมพ์

หลังจากเปิดฝาหลังแล้ว ให้ถอดสกรู 4 ตัวที่ยึดชุดสาย USB-C ไว้กับหัวพิมพ์ เมื่อถอดสกรูครบแล้วจึงดึงสาย USB-C ขึ้นด้านบนเพื่อถอดออกจากตำแหน่งเดิม ขั้นตอนนี้ควรเก็บสกรูไว้รวมกัน เพราะต้องนำกลับมาใช้ตอนประกอบ

image_003_remove_usb_c_cable_from_a1_print_head.jpeg

ถอดสกรูของ Toolhead Board

ถอดสกรูสีดำ 3 ตัวที่ยึด Toolhead Board เข้ากับหัวพิมพ์ออก สกรูทั้งสามตัวนี้เป็นตัวที่ยึดบอร์ดหลักบริเวณหัวพิมพ์ไว้กับโครงพลาสติก เมื่อถอดออกแล้วบอร์ดจะยังมีสายไฟหลายเส้นเชื่อมต่ออยู่ จึงยังไม่ควรดึงบอร์ดออกทันที

image_004_remove_the_th_board_screws.jpeg

ถอดสายไฟออกจาก Toolhead Board

ถอดสายไฟที่เสียบอยู่กับ Toolhead Board ออกอย่างระมัดระวัง โดยควรจับที่หัวคอนเนกเตอร์แล้วดึงออกตรง ๆ ไม่ควรดึงจากสายไฟ เพราะอาจทำให้สายหลุดจากหัวคอนเนกเตอร์หรือขั้วเสียหายได้ หากคอนเนกเตอร์แน่น ให้ใช้เครื่องมือแบนขนาดเล็กช่วยงัดเบา ๆ จากบริเวณหัวคอนเนกเตอร์

image_005_disconnect_the_th_board_cables.jpeg

นอกจากสายหลักบนบอร์ดแล้ว ยังต้องถอดสาย Eddy Sensor ซึ่งยึดอยู่ด้วยสกรู 2 ตัวออกด้วย ให้สังเกตตำแหน่งเดิมของสายและแนวทางเดินสายไว้ เพราะต้องประกอบกลับให้ไม่ชนกับรูสกรูหรือตำแหน่งปิดฝาหลัง

image_006_remove_the_eddy_sensor_screws.jpeg

ถอด Toolhead Board และถอดสายแพของ Filament Sensor

เมื่อถอดสกรูและสายไฟหลักออกแล้ว ให้ค่อย ๆ ดึง Toolhead Board ออกจากโครงพลาสติกของหัวพิมพ์ ระหว่างดึงออกจะเห็นสายแพของ Filament Sensor ต่ออยู่ด้านหลังบอร์ด ต้องดึงออกอย่างช้า ๆ และดึงขึ้นในแนวตรง ไม่บิดหรือหักงอสายแพ

วิธีการเปิด เพื่อดึงสายแพออก ตรงนี้ต้องระวัง เพราะถ้าบานพับหัก จะต้องเปลี่ยนทั้งบอร์ด

a1_web_compact_global_112_no_resize.gif

ภาพด้านล่างแสดงการถอดสายแพ Filament Sensor ออกจาก Toolhead Board ให้ใช้แรงเท่าที่จำเป็นและหลีกเลี่ยงการงัดสายแพจากด้านข้าง เพราะสายแพเป็นชิ้นส่วนที่บอบบาง หากเสียหายอาจต้องเปลี่ยน Filament Sensor ใหม่อีกครั้ง

image_008_remove_the_filament_sensor_ribbon_cable.jpeg

ถอด 4-in-1 Buffer และชุดเซ็นเซอร์ออกจากหัวพิมพ์

ถอดสกรู 2 ตัวที่ยึด 4-in-1 Buffer เข้ากับชุด Extruder จากนั้นค่อย ๆ ยกชิ้นส่วนนี้ขึ้น และวางไว้ด้านบนของหัวพิมพ์ตามภาพ ระหว่างยกขึ้นให้ระวังสายแพของ Filament Sensor ไม่ให้ถูกดึงหรือพับงอมากเกินไป

image_009_remove_the_4_in_1_buffer_and_filament_sensor.jpeg

ถอด Filament Sensor ออกจาก Buffer

เมื่อยก 4-in-1 Buffer ออกมาแล้ว ให้ถอดสกรู 2 ตัวที่ยึด Filament Sensor เข้ากับ Buffer จากนั้นจึงดึง Filament Sensor และสายแพออกจากตำแหน่งเดิม ขั้นตอนนี้คือจุดที่แยกอะไหล่เก่าออกจากชุด Buffer อย่างสมบูรณ์

image_010_remove_the_2_screws_holding_the_filament_sensor_jpg.jpeg

ตรวจแม่เหล็กภายใน Filament Buffer

ก่อนติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวใหม่ ควรตรวจดูแม่เหล็กที่อยู่ใน Filament Buffer ว่ายังอยู่ในสภาพปกติและเคลื่อนตัวได้อย่างอิสระหรือไม่ เพราะหากแม่เหล็กติดขัด มีเศษพลาสติก หรือมีสิ่งสกปรกขวางอยู่ อาจทำให้เซ็นเซอร์อ่านค่าเส้นพลาสติกผิดปกติได้ แม้จะเปลี่ยนเซ็นเซอร์ใหม่แล้วก็ตาม

image_011_filament_buffer_magnet.jpg

ติดตั้ง Filament Sensor ตัวใหม่เข้ากับ Buffer

นำ Filament Sensor ตัวใหม่มาติดตั้งกลับเข้ากับ Buffer โดยจัดแนวเซ็นเซอร์ให้ตรงกับตำแหน่งเดิม แล้วขันสกรู 2 ตัวกลับเข้าไปให้แน่นพอดี ไม่ต้องออกแรงขันมากเกินไป เพราะจุดยึดเป็นพลาสติกและอาจเสียหายได้

image_012_align_sensor_and_screw_in_place.jpeg

เซ็นเซอร์จะมีส่วนกาวเล็ก ๆ สำหรับจัดสายแพให้แนบไปกับตัวเซ็นเซอร์ ให้ลอกแผ่นป้องกันสีน้ำเงินออก แล้วกดสายแพให้แนบตามตำแหน่งที่กำหนด โดยให้สายแพตรงกับร่องเล็ก ๆ ระหว่างรูสองตำแหน่งตามภาพ ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะถ้าสายแพไม่เข้าร่อง อาจถูกกดหรือพับตอนประกอบ Buffer กลับเข้าเครื่อง

image_013_filament_sensor_adhesive.jpeg

ภาพด้านล่างเป็นภาพเสริมที่ช่วยให้เห็นแนวการวางสายแพและตำแหน่งร่องระหว่างรูยึดได้ชัดขึ้น ให้ตรวจสอบแนวสายแพก่อนข้ามไปขั้นตอนถัดไป

20250313_web_compact_global_112_no_resize.gif

ติดตั้ง Buffer กลับเข้ากับ Extruder

วาง Filament Buffer กลับเข้าตำแหน่งเดิมอย่างช้า ๆ พร้อมจัดสายแพให้วิ่งไปทางด้านหลังของหัวพิมพ์ จากนั้นขันสกรูด้านบน 2 ตัวกลับเข้าที่เดิม

ระหว่างประกอบให้ตรวจว่าไม่มีสายแพหรือสายไฟถูกหนีบอยู่ใต้ชิ้นส่วน Buffer

image_015_insert_the_filament_buffer_back_in_the_extruder.jpeg

ต่อสายแพเข้ากับ Toolhead Board และวางบอร์ดกลับเข้าตำแหน่ง

เปิดคลิปล็อกบน Toolhead Board สำหรับสายแพ จากนั้นสอดสายแพเข้าไปในคอนเนกเตอร์ให้สุดและปิดคลิปล็อกกลับเข้าที่

จุดนี้ต้องตรวจทิศทางของสายแพให้ถูกต้อง ภาพต้นฉบับระบุว่าด้านซ้ายเป็นทิศทางที่ถูกต้อง ส่วนด้านขวาที่หน้าสัมผัสโลหะหงายขึ้นเป็นทิศทางที่ผิด

image_016_new.jpg

หลังจากต่อสายแพแล้ว ให้จัดสายของ Extruder Motor ให้วิ่งข้างสายแพตามแนวในภาพ จากนั้นจึงค่อย ๆ ดัน Toolhead Board กลับเข้าตำแหน่งเดิม ระหว่างดันบอร์ดเข้าที่ให้สังเกตว่าสายด้านหลังไม่ถูกพับหรือเบียดกับขอบพลาสติก

image_017_extruder_motor_wiring_on_th_board.jpeg

ขันสกรู Toolhead Board กลับเข้าที่

ขันสกรูสีดำ 3 ตัวกลับเข้าไปเพื่อยึด Toolhead Board กับหัวพิมพ์ ให้ขันแบบพอดีมือและหยุดเมื่อสกรูนั่งตำแหน่งแล้ว ไม่ควรขันแน่นเกินไป เพราะอาจทำให้บอร์ดหรือฐานยึดเสียหายได้

image_018_install_the_th_board_screws.jpeg

ก่อนขันสกรูให้แน่น ควรตรวจสายไฟด้านหลังบอร์ดอีกครั้งว่าไม่ได้พาดผ่านรูสกรู หากสายอยู่หลังรูสกรูหรืออยู่ในแนวที่สกรูจะกดทับ อาจทำให้สายถูกแทงหรือฉนวนสายเสียหายเมื่อขันสกรูลงไป

image_019_1.jpg

ต่อสายไฟทั้งหมดกลับเข้ากับ Toolhead Board

ต่อสายไฟทั้งหมดกลับเข้าตำแหน่งเดิมตามภาพ โดยสายที่ต้องตรวจเป็นพิเศษ ได้แก่ Hotend Heating Assembly , Extruder Motor , Hotend Cooling Fan , Part Cooling Fan และ Eddy Sensor Wires ให้แน่ใจว่าขั้วต่อเข้าที่ตรงแนว ไม่เอียง และไม่เสียบคร่อมพิน

image_020_th_board_cables_on_a1.jpeg

ติดตั้งสาย USB-C กลับเข้าที่

วางสาย USB-C กลับเข้าตำแหน่งเดิม แล้วขันสกรู 4 ตัวกลับเข้าไป จุดนี้ต้องระวังทิศทางของหัวสายและร่องล็อกด้านหลัง เพราะสาย USB-C จะเข้าตำแหน่งได้ถูกต้องเพียงทิศทางเดียว หากวางผิดแนวแล้วฝืนขันสกรู อาจทำให้พลาสติกหรือหัวสายเสียหายได้ 1

image_021_install_the_usb_cable_and_4_screws.jpeg

ภาพด้านล่างแสดงแนวทิศทางของสาย USB-C ให้สังเกตเส้นบนหัวคอนเนกเตอร์และร่องจัดแนวด้านหลัง โดยทิศทางที่ถูกต้องคือเส้นบนคอนเนกเตอร์ต้องหันไปทางด้านหลังของเครื่องและหัวพิมพ์ตามคู่มือต้นฉบับ 1

image_022_usb_cable_orientation.jpeg

ใส่ฝาครอบด้านหลังของหัวพิมพ์กลับเข้าที่

ใส่ฝาครอบด้านหลังกลับเข้าที่ โดยจัดเขี้ยวล็อกด้านบนของฝาครอบให้ตรงก่อน แล้วค่อย ๆ กดฝาครอบเข้าหาหัวพิมพ์จนได้ยินเสียงคลิกหลายจุด หากฝาปิดไม่สนิท อย่าฝืนกดแรง ให้เปิดออกมาตรวจว่าสายไฟหรือสายแพด้านในไม่ได้ขวางแนวฝาครอบ

image_023_back_cover_of_the_print_head_a1m.jpeg

ตรวจสอบการทำงานของ Filament Sensor

หลังประกอบเสร็จ ให้เสียบเส้นพลาสติกเข้าไปจนสุดทางเข้าของหัวพิมพ์ จากนั้นตรวจที่หน้าจอเครื่อง หากเซ็นเซอร์ทำงานปกติ จะเห็นจุดสีเขียวปรากฏบนไอคอนบริเวณมุมล่างขวาของหน้าจอ เมื่อนำเส้นพลาสติกออก จุดสีเขียวควรหายไป ซึ่งหมายความว่า Filament Sensor ตรวจจับการมีอยู่ของเส้นได้ถูกต้อง

20250226_web_tiny_global_56_no_resize.gif

หลังงานซ่อมลักษณะนี้ Bambu Lab แนะนำให้ทำ Full Calibration ของเครื่องอีกครั้ง และควรล้างแผ่นพิมพ์ PEI Textured Plate ก่อนใช้งาน เพราะระหว่างซ่อมอาจมีคราบมือ ฝุ่น หรือสิ่งสกปรกไปสัมผัสผิวแผ่นพิมพ์ได้

แนวทางแก้ปัญหาหลังเปลี่ยน Filament Sensor

หากประกอบเสร็จแล้วเครื่องยังทำงานผิดปกติ ให้ตรวจย้อนกลับตามตารางด้านล่างก่อนสรุปว่าอะไหล่เสีย เพราะปัญหาหลายอย่างมักเกิดจากสายแพเสียบไม่สุด สายไฟเสียบผิดตำแหน่ง หรือสายถูกกดทับระหว่างขันสกรู

อาการ

จุดที่ควรตรวจ

แนวทางแก้ไข

Filament Sensor ไม่ทำงาน

สายแพด้านหลัง Toolhead Board และแม่เหล็กใน Buffer

ตรวจว่าสายแพเสียบถูกทิศทางและล็อกแน่นแล้ว ตรวจว่าแม่เหล็กเคลื่อนตัวได้และไม่มีเศษวัสดุติดขัด หากสายแพเสียหายต้องเปลี่ยน Filament Sensor ใหม่

อุณหภูมิหัวฉีดแสดง 0°C

ขั้วต่อ Hotend Heating Assembly

ตรวจว่าขั้วเสียบตรงแนวและเข้าพินครบ หากยังไม่หาย อาจมีความเสียหายที่สายเทอร์มิสเตอร์ซึ่งเป็นสายสีขาว

หัวฉีดไม่ร้อน

ขั้วต่อ Hotend Heating Assembly

ตรวจขั้วต่อชุดฮีตเตอร์อีกครั้งว่าตรงแนวและแน่นดี หากยังไม่หาย อาจมีความเสียหายที่สายฮีตเตอร์ซึ่งเป็นสายใส

เครื่อง Home ไม่ถูกต้อง

สาย Eddy Sensor หมายเลข 5 และ 6

ตรวจว่าสาย Eddy Sensor เสียบกลับเข้าที่ด้านหลัง Toolhead Board อย่างถูกต้อง