การทำความสะอาดและดูแลเครื่อง
หลังจากใช้เครื่องพิมพ์ไปซักระยะ ตัวเครื่อง Bambu Lab ทุกรุ่น จะมีการแจ้งแตือนให้ ให้ผู้ใช้ ทำการบำรุงรักษาเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการหยอดน้ำมันหล่อลื่น รวมไปถึงการปรับตั้งความตึง ของสายพาน ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป้นและต้องทำตาม เพื่อหยิดอายุการใช้งาน และยังคงช่วยให้เครื่องสามารถพิมพ์งานได้สวย และตรงตามขนาด
อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการบำรุงรักษา
- ผ้าสะอาด
- จาระบีหล่อลื่น
- น้ำมันหล่อลื่น
- ประแจหกเหลี่ยม
- แหนบปากแบน
- ถุงมือทนความร้อน
- เครื่องเป่าลมร้อน
แนะนำชิ้นส่วนที่ต้องหมั่นดูแลรักษาและซ่อมบำรุง
สำหรับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ระบบ FDM ไม่ว่าจะรุ่นไหม หรือยี่ห้อไหนก็ตาม การบำรุงรักษาเครื่อง จะแบ่งออกเป็นส่วนๆ ซึ่งแต่ละส่วนอาจจะมีเวลามีการดูแลที่แตกต่างกัน เช่น ชุดหัวฉีด และแกนเคลื่อนที่ อาจจะต้องดูแลบ่อยหน่อย อาทิตย์ละครั้ง เพราะเป็นชิ้นส่วนที่ทำงานหนัก แต่ถ้าเป็นพวกพัดลมเป่างาน อาจจะถอดออกมาทำความสะอาด 1-2 เดือนครั้ง
ชุดขับเคลื่อนหัวฉีดและฐานพิมพ์
เป็นส่วนประกอบที่มีการขยับและเคลื่อนไหว ระหว่างการพิมพ์ เช่น แกนสกรู รางนำ แกนสไลด์ สายพาน เป็นต้น ชิ้นส่วนเหล่านี้ควรทำความสะอาดและหล่อลื่นอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งถ้าเป็นชิ้นส่วนที่ทำจากโลหะก็ควรทาจารบีหรือน้ำมันหล่อลื่นเคลือบป้องกันสนิม ส่วนชิ้นส่วนที่ทำจากยาง เช่น ซิลิโคนหุ้มหัวฉีด ก็ควรตรวจสอบการเสื่อมสภาพหรือการสึกหรอ และเปลี่ยนเมื่อจำเป็น
ตารางการทำความสะอาด
| ตำแหน่ง | ความถึ่ | วิธีการ |
|---|---|---|
| รางแกน X | ทุกเดือน หรือมีการแจ้งเตือน | ใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบสกปรก และหยอดน้ำมันหล่อลื่นรางแกน X โดยเลื่อนหัวพิมพ์ไปมาเพื่อให้น้ำมันกระจายทั่วราง |
| รางแกน Y | ทุกเดือน หรือมีการแจ้งเตือน | ใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบสกปรก และหยอดน้ำมันหล่อลื่นรางแกน Y โดยเลื่อนหัวพิมพ์ไปมาเพื่อให้น้ำมันกระจายทั่วราง |
| รางแกน Z | ทุกเดือน หรือมีการแจ้งเตือน | ใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบสกปรก และหล่อลื่นรางแกน Z โดยใช้น้ำมันหล่อลื่นเติมที่รูน้ำมันตรงกลางสไลด์เดอร์ หลังจากนั้น เปิดเครื่องและควบคุมแกน Z ให้เคลื่อนที่ขึ้นลงเพื่อให้น้ำมันกระจายทั่วราง |
แกนสไลด์
เครื่องพิมพ์ A1 Mini มาพร้อมกับ แกนสไลด์ที่ทำจากโลหะทั้งหมด ควรทำความสะอาดและหล่อลื่นเป็นประจำเพื่อลดการสึกหรอและเสียงรบกวน รวมถึงรักษาความแม่นยำและหยืดอายุการใช้งานของเครื่อง
สำหรับน้ำมันหล่อลื่น หรือจารบีที่ใช้ในการหล่อลื่น จารบีที่ใช้ต้องเป็นจารบีขาว ทางร้านแนะนำเป็นยี่ห้อ Super Lube หาซื้อได้ตาม Home Pro หรือ Shopee เป็นยี่ห้อ ที่ทางร้านใช้ซ่อมและบำรุงรักษาเครื่องให้กับลูกค้า ราคาแพงหน่อย แต่คุณภาพดีกว่าของที่ให้มาจากโรงงาน
สำหรับจารบี ทางร้านไม่แนะนำ แบบหนืดที่เหนียวข้น เพราะถ้าทาไปแล้ว จะเป็นตัวเก็บฝุ่นและใยพลาสติกที่เกิดจากการพิมพ์ ส่วนสเปรย์ ทางร้านก็ไม่แนะนำ เพราะสารพวกนี้ ติดไม่ทน เท่ากับน้ำมันและจารบี
สกรูแกน Z หรือ Lead Screw
เครื่องพิมพ์ A1 มีเกลียวสกรู 2 ตัวที่ช่วยให้มอเตอร์แกน Z ขยับแกน X ให้ขึ้นและลงได้ การหล่อลื่นที่เหมาะสมจะช่วยให้การเคลื่อนไหวราบรื่นและลดเสียงรบกวน สำหรับการหล่อลื่นสกรู จะไม่ใช้น้ำมันหล่อลื่น แต่ะจะใช้เป็นจารบีขาวแทน ซึ่งจะเป็นครีม คล้ายยาสีฟัน เวลาใช้งาน ก็ให้เอาผ้าเช็ดทำความสะอาดก่อน และค่อยบีบจารบีลงบนเกลียว
เวลาบีบจารบีลงบนเกลียว ให้บีบเท่ากับปริมาณเม็ดถั่ว ในหลายๆ จุด ทั้งด้านบน และด้านล่าง จากนั้นให้เปิดเครื่อง และสั่งให้แกน Z ขยับ ขึ้นและลง หลายๆ รอบ เพื่อให้จารบีที่หยอดอยู่ ไปเคลือบบนเกลียวสกรูได้ทั่วฃ
การปรับตั้งสายพานแกน X และ Y
เครื่องพิมพ์ A1 สามารถตรวจสอบความตึงของสายพานอัตโนมัติผ่านการสอบเทียบความถี่ หากสายพานหลวม ระบบจะแจ้งเตือนให้ปรับความตึงของสายพาน เครื่องมือที่ใช้สำหรับการปรับตั้งสายพานจะใช้แค่ ประแจ L ขนาด 2.0 มิล ซึ่งจะมีแถมไปกับเครื่อง
ถ้าเครื่องไม่แจ้งเตือน ก็ไม่จำเป็นต้องปรับตั้งสายพาน เพราะการปรับตั้งสายพานในแต่ละครั้ง เมื่อทำเสร็จแล้ว แนะนำให้ทำการ Calibrate เครื่องใหม่
วิธีการปรับสายพานแกน X
แกน X คือแกนที่เครื่องที่ไปทางซ้ายและขวา เวลาปรับ ให้คลายสกรูที่อยุ่ด้านหลังชุดหัวฉีดออก ไม่ต้องขันน็อตออกมาหมด หลังจากคลายน็อตแล้ว ให้เลื่อนหัวพิมพ์ไปซ้ายและขวา 2-3 รอบ และขันน็อตตัวเดิม กลับเข้าที่ โดยให้ขันเข้าพอตึงๆ ก็พอ ไม่ต้องจนแน่นสุด
วิธีการปรับสายพานแกน Y
แกน Y เป็นแกน ที่ขยับได้ด้านหน้าและหลัง เป็นแกนที่รองรับฐานพิมพ์ ซึ่งตัวแกน Y ของเครื่อง A1 ตัวสายพานจะอยู่ด้านในเครื่อง ไม่สามารถมองเห็นได้เหมือนแกน X เวลาปรับตั้งสายพานจะต้องถอดฝาครอบ ถึงจะเห็นตัวปรับสายพาน
เมื่อเปิดฝาเล็กๆ ด้านหน้าออกมาแล้วจะเห็นน็อตอยู่ ซึ่งตัวปรับสายพานจะอยู่ตำแหน่งล่าง ดังนั้น เวลาคลายน็อต ก็ต้องคลายให้ถูกตัวด้วย
การตั้งสายพาน แกน Y ให้ใช้ประแจ L ขนาด 2.0 มิล คลายน็อตออก ไม่ต้องขันออกมาหมด จากนั้นให้ใช้มือดันตัวตั้งสายพานแกน Y เข้าไป พร้อมกับขันน็อตกลับเข้าที่เดิม
รอกสายพาน
ระบบสายพานเป็นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนการเคลื่อนที่ของแกนต่างๆ บางครั้งอาจมีเสียงดังหรือการเคลื่อนที่ไม่ราบรื่น ซึ่งอาจเกิดจากการขาดน้ำมันหล่อลื่นที่ลูกล้อ
เวลาถอดตัวฝาปิดออกมาแล้ว ห้ามเลื่อนชุดหัวฉีดมาทางฝาปิดลูกรอกโดยเด็ดชาด เพราะจะทำให้เม็ดลูกปืนหลุดออก ซึ่งส่วนนี้จะไม่่ได้รับประกันถ้าลูกค้าทำไม่ระวัง
- ถอด Belt Viper: ใช้ประแจ Allen ขนาดที่เหมาะสมถอดน็อตออก (มีน็อตเพียงตัวเดียว)
- ถอดชิ้นส่วนออก: ค่อยๆ ขยับและถอดชิ้นส่วนออกมา อาจแน่นนิดหน่อย
- ทำความสะอาดลูกล้อ: เช็ดคล้ามดำและฝุ่นออกจากลูกล้อ
- หยอดน้ำมันที่ขอบ: หยอดน้ำมันที่ขอบข้างของลูกล้อ (อย่าใช้มากเกินไป)
- ประกอบกลับ: ใส่ชิ้นส่วนกลับเข้าที่และขันน็อตให้แน่น
ข้อควรระวัง: บางทีเสียงดังอาจมาจากขอบข้างของลูกล้อที่ขาดน้ำมันหล่อลื่น ดังนั้นการหยอดน้ำมันที่ขอบข้างจึงสำคัญมาก หากใช้น้ำมันมากเกินไป ให้ใช้ทิชชู่ซับออก
การถอดชุดหัวฉีด เพื่อบำรุงรักษา
เซ็นเซอร์เช็คเส้นพลาสติก
สำหรับชิ้นส่วนนี้ ให้ทำก็ต่อเมื่อมีการแจ้งเตือนเท่านั้น เพราะชิ่นส่วนนี้ จะเป็นกระเดื่องที่ขยับขึ้นลงได้ เพื่อให้รู้ว่ามีเส้นพลาสติกอยู่ในเครื่องหรือไม่ โดยปกติ ชิ้นส่วนนี้จะทำงานผิดพลาดก็ต่อเมื่อมีฝุ่น หรือเศษพลาสติกเล็กๆ เข้าไปแทรกตัวระหว่างเซนเซอร์ ทำให้เครื่องทำงานผิดปกติ
การดูแลและซ่อมบำรุงชิ้นส่วนนี้ ทำได้โดยใช้ลมเป่า เพื่อขจัดเศษฝุ่นและพลาสติกที่เกาะอยู่ออก การถอดชิ้นส่วนนี้ ต้องระวัง เพราะจะมีสายแพเส้นบางๆ ติดออกมาด้วย ห้ามดึงหรือกระชาก เพราะจะทำให้สายแพขาดได้
ตัวดันเส้นในชุดหัวฉีด - Extruder
หลังจากใช้งานเครื่องพิมพ์เป็นเวลานาน เศษเส้นใยพลาสติกและฝุ่นอาจยังคงอยู่ในหัวฉีด ซึ่งอาจทำให้ตัวขบดันเส้นในหัวฉีดติดขัดหรือหมุนไม่ได้ระหว่างการทำงาน เพราะมีเส้นพลาสติกไปสะสมตามร่อง เพื่อให้เครื่องใช้งานได้เตามปกติ จำเป็นต้องทำความสะอาด ตัวขบเส้น
สำหรับการทำความสะอาดตัวขบเส้น ทางร้านแนะนำให้ใช้แปรงทองเหลือขนาดเล็ก ที่สามารถแหย่เข้าไปในช่องได้ และใช้เครื่องเป่าลมช่วยในการเป่าเอาเศษฝุ่นและพลาสติกออก
ระหว่างการทำความสะอาดแนะนำให้ปิดเครื่อง เพื่อที่จะสามารถใช้มือหมุนแกนมอเตอร์ ให้ตัวขบเส้นหมุนได้รอบ เพื่อทำความสะอาด จากในภาพด้านล่าง ที่อยู่ในกล่องสีเหลี่ยมสีแดง จะเป็นตำแหน่งแกนมอเตอร์ ที่หมุนได้ด้วยมือ ถ้าปิดเครื่องแล้ว

พัดลมเป่าซิงค์และเป่างาน
สำหรับชิ้นส่วนนี้ ถือว่าเป็นชิ้นส่วนที่ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ เพราะเป็นชิ้นส่วนที่ใยพลาสติกสามารถเข้าไปพัน ทำให้พัดลมหมุนได้ช้า จนบางครั้ง เกิดการแจ้งเตือนที่หน้าจอ เครื่อง Bambu Lab จะมีฟีเจอร์ที่เช็คความเร็วในการหมุนของพัดลม ซึ่งถ้าพัดลมหมุนเบากว่าปกติ ก็จะแจ้งเตือน
สำหรับพัดที่สำคัญที่สุดคือพัดลมที่อยู่ด้านข้างหัวฉีด ที่จะเห็นเวลาถอดหัวฉีดออกมา พัดลมตัวนี ถ้าเสีย หรือหมุนเบา ก็จะทำให้หัวฉีดตันได้
การทำความสะอาดพัดลม จะใช้แหนบ เพื่อดึงใยพลาสติกที่เข้าไปพันกัน และใช้เครื่องเป่าลม เพื่อเป่าเอาเศษฝุ่นออก

ชิ้นส่วนที่ควรเปลี่ยนตามอายุขัยการใช้งาน
สินค้าสิ้นเปลืองหมายถึงชิ้นส่วนหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นต้องเปลี่ยนเนื่องจากการสึกหรอหรือการใช้งานในระหว่างการพิมพ์ปกติ เช่น ท่อ PTFE และ ซิลิโคนหุ้มหัวฉีด, ใบมีดตัดเส้นพลาสติก
ชิ้นส่วนเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดและตรวจสอบล่วงหน้าเพื่อป้องกันความผิดปกติ หากพบความเสียหาย ควรเปลี่ยนใหม่ทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพการพิมพ์
ซิลิโคนหุ้มหัวฉีด
ซิลิโคนหุ้มหัวฉีด อันนี้มีไว้ สำหรับรักษาความร้อนของหัวฉีดให้คงที่่ ซึ่งต้องใส่ไว้ตลอด ห้ามถอดออก ถ้าถอดออก อาจจะเจอปัญหาความร้อนแกว่ง ไปมา ทำให้งานที่ปริ้นออกมา มีสีที่ไม่เหมือนกัน หรือบางครั้งทำให้พลาสติก ปริ้นไม่ติดกัน
หากพบว่ามีร่องรอยความเสียหาย หรือไม่สามารถติดตั้งซิลิโคนหุ้มหัวได้อย่างมั่นคง ควรเปลี่ยนใหม่ทันที เพื่อป้องกันปัญหาคุณภาพการพิมพ์ที่เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ
สำหรับซิลิโคนหุ้มหัวฉีด จะมีขายเป็น Set ซึ่งใน 1 Set จะมี 3 ชิ้น สามารถสั่งซื้อได้ที่ Link นี้
ชุดทำความร้อนและเซนเซอร์ตรงหัวฉีด
ชุดทำความร้อนเป็นชุดที่รวมฮีทเตอร์และเซนเซอร์วัดความร้อนเข้าด้วยกัน ชิ้นส่วนตัวนี้ จะอยู่ด้านหลัง ต้องถอดหัวฉีดออกมาก่อน ถึงจะเห็น ชิ้นส่วนตัวนี้ ต้องได้รับการทำความสะอาดเป็นประจำ เพราะบางที่จะมีคราบการเผาไหม้ของเส้นพลาสติกไปติดอยู่ด้านหลัง และแข็งตัว ทำให้เวลาใส่หัวฉีด จะใส่ไม่ลงล็อค และทำให้ความร้อนหัวฉีดเพี้ยน
นอกจากนั้น ปัญหาที่เจอบ่อยสำหรับชุดทำความร้อนของเครื่อง A1 คือน็อตที่ยึดด้านหลัง หลวมทำให้เวลาปริ้นงานเลเยอร์แรก ไม่เรียบ หรือมีเส้นพลาสติกไม่ติดบางส่วน ถ้าเจอแบบนี้ก็ให้ถอดออกมา แล้วขันน็อต 4 ตัวด้านหลัง ให้แน่นเหมือนเดิม
ในกรณีที่ไม่สามารถถอดหัวฉีดออกได้ อาจจะเป็นเพราะว่า ชุดทำความร้อนมีพลาสติกติดอยู่ด้านหลัง ถ้าเจอแบบนี้ ให้เปิดความร้อนที่หัวฉีดไปที่ 80 องศา แล้วลองขยับถอดหัวฉีดดูอีกครั้ง ขั้นตอนนี้ อย่าลืมใส่ถุงมือกันความร้อนด้วย เพื่อป้องกันอันตราย
สำหรับการทำความสะอาดเพื่อเอาคราบพลาสติกออก จะต้องเปิดความ Maintainance Mode เพื่อให้เครื่องทำความร้อนได้ แม้ไม่ได้ใส่หัวฉีด เมื่อเปิดแล้ว ให้ตั้งความร้อนไปที่ 80 องศา แล้วเอาผ้าชุบแอลกฮอล์ เช็ดพื้นผิวของชุดทำความร้อน เพื่อเอาคราบดำ หรือคราบไหม้ออก
ใบคัตเตอร์ตัดเส้นพลาสติก
เครื่องพิมพ์ Bambu Lab ทุกรุ่น จะมาพร้อมกับ ใบมีดตัดเส้นพลาสติก ซึ่งจะทำหน้าที่ ตัดเส้น เวลาเปลี่ยนเส้นพลาสติก รวมไปถึงการสลับเส้นเวลาปริ้นหลายสี
หากมีการพิมพ์หลายสีบ่อยครั้ง ใบมีดตัดเส้น อาจจะสึก หรือทื่อได้ ส่งผลให้ตัดเส้นไม่ขาด เส้นพลาสติกไม่สามารถถอดออกจากหัวปริ้นได้ และอาจทำให้การพิมพ์ผิดพลาด ดังนั้นควรตรวจสอบใบมีดเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าใบมีดยังคงคมและอยู่ในสภาพสมบูรณ์
สำหรับการเปลี่ยนใบมีดตัดเส้นก็ไม่ยาก แค่ถอดน็อต ตัวที่ยึดก้านตัดเส้นออก แล้วพับลงมา ก็จะเห็นใบมีด ซึ่งสามารถถอดและเปลี่ยนได้เลย
ท่อ PTFE
ท่อ PTFE ใช้สำหรับนำเส้นพลาสติกจาก AMS Lite ไปยังหัวฉีด เมื่อใช้งานเป็นเวลานาน ท่อ PTFE อาจเกิดการสึกหรอ ฉีกขาด หรือมีรอยพับ ทำให้เกิดแรงต้าน ในการส่งเส้นไปที่หัวฉีด ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาในพิมพ์ โดยเฉพาะการพิมพ์หลายสี ที่ต้องมีการดึง เส้นเข้าและออก อยู่ตลอด ดังนั้นควรตรวจสอบและเปลี่ยนท่อ PTFE เมื่อเห็นการสึกหรอที่ชัดเจน เพื่อให้การพิมพ์เป็นไปอย่างราบรื่น
สำหรับคนที่ปริ้นเส้นผสมคาร์บอนไฟเบอร์ หรือเส้นผสมใยแก้ว ด้านในของท่อ PTFE จะเกิดการสึกหรอเร็วกว่า เส้นชนิดอื่นๆ เพราะเกิดการเสียดสี และทำให้ผนังในท่อเป็นรอย
สำหรับการถอดท่อ PTFE ไม่ว่าจะเป็นเครื่องรุ่นไหน การที่จะดึงท่อออกมาได้ จะต้องกดขอบสีดำ ที่เรียกว่า Fitting ก่อนทุกครั้ง ถึงจะสามารถดึงท่อออกได้ ถ้าไม่กด แล้วดึงเลย อาจจะทำให้เครื่องเสียหายได้ สำหรับผู้หญิง อาจจะเจอปัญหาเรื่องการกดขอบท่อ หรือการดึงท่อออก เพราะอาจจะต้องใช้แรงในการกด และดึง
ซึ่งถ้าเจอปัญหาแบบนี้ ให้ปริ้นโมเดล ที่ช่วยกดขอบท่อ สามารถ Download ได้ที่เว็บ Makerworld
สำหรับลูกค้าที่ต้องการประหยัด ไม่อยากซื้อท่อ PTFE ของทาง Bambu Lab ก็อาจจะไปซื่อได้ตามร้านข้างนอก ซึ่งมีชื่อเรียกว่าท่อ เทฟลอน แต่ต้องบอกคนขายว่ามีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก 4 มิล และเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน 2.5 มิล และเวลาตัดท่อ ให้ตัดด้วยคัตเตอร์ ห้ามตัดด้วยคีม หรือกรรไกร เพราะจะทำให้ท่อบี้ เสียรูปได้

















