แนะนำส่วนประกอบของเครื่อง
แนะนำส่วนประกอบและหลักการทำงานของ Bambu Lab P2S
บทความนี้อธิบายภาพรวมการทำงานของเครื่อง Bambu Lab P2S และหน้าที่ของชิ้นส่วนสำคัญภายในเครื่อง เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจว่าแต่ละระบบเกี่ยวข้องกับคุณภาพงานพิมพ์ ความเสถียรในการเคลื่อนที่ การควบคุมอุณหภูมิ และการป้อนเส้นพลาสติกอย่างไร เนื้อหานี้เรียบเรียงจากคู่มือ P2S Introduction ของ Bambu Lab Wiki โดยจัดภาษาใหม่ให้เหมาะกับการใช้งานในฐานความรู้ของ Siamreprap 1
คำแนะนำก่อนอ่าน
บทความนี้เป็นบทความแนะนำส่วนประกอบของเครื่อง ไม่ใช่คู่มือถอดประกอบหรือซ่อมบำรุงโดยตรง หากต้องการทำความสะอาด เปลี่ยนอะไหล่ หรือปรับตั้งชิ้นส่วน ควรดูคู่มือเฉพาะของหัวข้อนั้นประกอบทุกครั้ง เพื่อป้องกันการคลายน็อตผิดจุดหรือออกแรงกับชิ้นส่วนที่ไม่ควรขยับ
P2S ทำงานอย่างไร
เครื่องพิมพ์สามมิติ P2S ใช้เส้นพลาสติกหรือ Filament เป็นวัสดุหลักในการสร้างชิ้นงาน โดยหัวพิมพ์จะหลอมเส้นพลาสติกและวางวัสดุลงบนแผ่นพิมพ์ทีละชั้นจนกลายเป็นโมเดลสามมิติ ในการพิมพ์ทั่วไป ผู้ใช้จะเตรียมไฟล์โมเดลในรูปแบบ STL แล้วนำเข้าโปรแกรม Slicer เช่น Bambu Studio เพื่อแปลงโมเดลเป็นคำสั่งที่เครื่องอ่านได้ 1
โปรแกรม Slicer จะตัดโมเดลออกเป็นหลายชั้น และสร้างชุดคำสั่งที่กำหนดทั้งเส้นทางการเคลื่อนที่ ความเร็ว อุณหภูมิการพิมพ์ ปริมาณการอัดเส้น และการสร้าง Support ในจุดที่จำเป็น ข้อมูลเหล่านี้เป็นตัวกำหนดว่าหัวพิมพ์และฐานพิมพ์ต้องเคลื่อนที่อย่างไรในแต่ละช่วงของงานพิมพ์
ระบบการเคลื่อนที่แบบ CoreXY
P2S ใช้โครงสร้างการเคลื่อนที่แบบ CoreXY ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ Stepper 2 ตัว สายพาน และลูกล้อประคองสายพานหลายจุด มอเตอร์แต่ละตัวจะขับสายพานที่เชื่อมต่อกับ Toolhead เมื่อมอเตอร์ทั้งสองทำงานร่วมกัน เครื่องจึงสามารถควบคุมตำแหน่งหัวพิมพ์ได้อย่างแม่นยำ 1

ภาพที่ 1: โครงสร้างการวางสายพานและชุดเคลื่อนที่แบบ CoreXY ภายในเครื่อง P2S
หลักการของ CoreXY คือมอเตอร์ A และมอเตอร์ B จะควบคุมสายพานคนละชุด หากมอเตอร์ทำงานเพียงตัวเดียว หัวพิมพ์จะเคลื่อนที่ในแนวทแยงประมาณ 45 องศา แต่เมื่อมอเตอร์ทั้งสองทำงานประสานกัน ระบบจะสามารถสร้างการเคลื่อนที่ในแนวแกน X และ Y ได้ตามต้องการ โครงสร้างนี้ช่วยลดน้ำหนักของชิ้นส่วนที่ต้องเคลื่อนที่ ทำให้เครื่องเคลื่อนที่ได้เร็ว นุ่มนวล และช่วยให้คุณภาพงานพิมพ์เสถียรขึ้น 1

ภาพที่ 2: ตัวอย่างการเคลื่อนที่เมื่อมอเตอร์ B ทำงาน

ภาพที่ 3: ตัวอย่างการเคลื่อนที่เมื่อมอเตอร์ A ทำงาน
แกน X
แกน X คือแนวการเคลื่อนที่ซ้าย–ขวาของหัวพิมพ์ P2S ใช้แกนเหล็กกลวงผิวเรียบร่วมกับระบบสายพาน ต่างจากบางรุ่นในกลุ่ม X1/P1 ที่ใช้โครงสร้างแกนคาร์บอน ผิวแกนที่เรียบช่วยให้ทำความสะอาดง่ายและดูแลรักษาได้สะดวกขึ้น การเคลื่อนที่บนแกน X จะอาศัยการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ A และมอเตอร์ B 1

ภาพที่ 4: ตำแหน่งแกน X ซึ่งควบคุมการเคลื่อนที่ซ้าย–ขวาของหัวพิมพ์
แกน Y
แกน Y ควบคุมการเคลื่อนที่หน้า–หลังของหัวพิมพ์ โดย Toolhead และชุดแกน X จะเคลื่อนที่ไปพร้อมกันบนรางแกน Y ที่อยู่ทั้งสองด้านของโครงเครื่อง การเคลื่อนที่ในแนวนี้ใช้การขับเคลื่อนจากมอเตอร์ A และมอเตอร์ B เช่นเดียวกัน 1

ภาพที่ 5: ตำแหน่งแกน Y บริเวณสองด้านของโครงเครื่อง
แกน Z
แกน Z ทำหน้าที่ยกและลดระดับฐานพิมพ์ โดยประกอบด้วย Lead Screw และ Linear Rod ในตำแหน่งด้านหน้าซ้าย ด้านหน้าขวา และด้านหลังกลางของ Heatbed Lead Screw ทั้งสามจุดถูกเชื่อมโยงเข้ากับมอเตอร์แกน Z เพียงตัวเดียวผ่านสายพาน เพื่อให้ฐานพิมพ์ยกขึ้นลงพร้อมกันอย่างสม่ำเสมอ ส่วน Linear Rod จะช่วยประคองตำแหน่ง ลดการแกว่งจากการหมุนของสกรู และทำให้ฐานพิมพ์นิ่งขึ้นระหว่างการพิมพ์ 1

ภาพที่ 6: โครงสร้างแกน Z และจุดยึดบริเวณฐานพิมพ์

ภาพที่ 7: สายพานที่เชื่อมการหมุนของชุด Lead Screw ในแกน Z
Toolhead และระบบอัดเส้นพลาสติก
Toolhead เป็นหนึ่งในชุดสำคัญที่สุดของเครื่องพิมพ์สามมิติ เพราะเป็นส่วนที่รับเส้นพลาสติก หลอมวัสดุ และอัดออกทางหัวฉีดให้เป็นชั้นงานพิมพ์ หากระบบใน Toolhead ทำงานไม่เสถียร อาจส่งผลต่อผิวชิ้นงาน ความแม่นยำของขนาด และความต่อเนื่องของเส้นที่พิมพ์ออกมา 1

ภาพที่ 8: ตำแหน่ง Toolhead และชุด Extruder ภายในเครื่อง P2S
Extruder
Extruder ทำหน้าที่จับและดันเส้น Filament เข้าไปยัง Hotend เพื่อให้พลาสติกถูกหลอมและอัดออกจาก Nozzle การป้อนเส้นและการดึงกลับของเส้นต้องแม่นยำ เพราะมีผลต่อขนาดชิ้นงาน รอยต่อผิวงาน และปัญหาเส้นเยิ้มหรือเส้นขาดระหว่างพิมพ์ 1
ภายใน Extruder มีชุดเฟืองขับที่ทำจากเหล็กชุบแข็ง ซึ่งประกอบด้วย Drive Gear และ Idler Gear เฟืองเหล่านี้ทำหน้าที่กัดจับเส้นพลาสติกและดันเส้นไปตามคำสั่งของมอเตอร์ Extruder ส่วนมอเตอร์ Extruder อยู่ด้านหลังของชุด Extruder เป็นมอเตอร์ความแม่นยำสูงที่ Bambu Lab ระบุว่าเป็นมอเตอร์แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor และสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของแรงต้าน เพื่อใช้ร่วมกับฟังก์ชันตรวจจับเส้นพันหรือเส้นติดขัด 1

ภาพที่ 9: ชุดเฟืองขับของ Extruder สำหรับจับและดันเส้น Filament

ภาพที่ 10: ตำแหน่งมอเตอร์ Extruder ด้านหลังชุดอัดเส้น
Hotend Assembly
Hotend Assembly เป็นชุดที่ให้ความร้อนกับเส้น Filament จนถึงอุณหภูมิที่เหมาะสม แล้วอัดพลาสติกออกมาเป็นชั้นงานพิมพ์ ชุดนี้ประกอบด้วยส่วนให้ความร้อน เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ และกลไกล็อกแบบ Quick Release สำหรับยึด Hotend ให้สัมผัสกับฐานทำความร้อนอย่างถูกต้อง 1

ภาพที่ 11: ตำแหน่งชุดให้ความร้อนของ Hotend

ภาพที่ 12: ชุดสายและส่วนประกอบของโมดูลให้ความร้อน Hotend
Hotend รวม Nozzle, Heat Break และ Heatsink ไว้ในชุดเดียว โดยติดตั้งอยู่เหนือโมดูลให้ความร้อนและยึดด้วย Quick Release Latch เส้น Filament จะถูกหลอมบริเวณ Hot Section แล้วถูกอัดออกผ่าน Nozzle ส่วน Cold Section ประกอบด้วย Heatsink และ Heat Break ทำหน้าที่รักษาอุณหภูมิด้านบนของ Hotend ให้ต่ำพอ เพื่อลดโอกาสเกิด Heat Creep และการอุดตัน 1

ภาพที่ 13: ชุด Hotend ที่รวม Nozzle, Heat Break และ Heatsink

ภาพที่ 14: ตำแหน่ง Hot Section และ Cold Section ของ Hotend
Silicone Sock
Silicone Sock เป็นปลอกซิลิโคนที่ครอบบริเวณ Nozzle เพื่อช่วยรักษาความร้อน ทำให้อุณหภูมิคงที่ขึ้น และช่วยลดการสะสมของพลาสติกบนหัวฉีด ใน P2S ปลอกซิลิโคนมีเครื่องหมายสีเหลือง 3 จุดสำหรับการตรวจจับด้วยระบบ AI หากระบบพบว่าไม่ได้ติดตั้ง Silicone Sock เครื่องจะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ติดตั้งกลับเข้าที่ 1
![]()
ภาพที่ 15: Silicone Sock ที่ครอบบริเวณหัวฉีดและมีจุดสีเหลืองสำหรับตรวจจับสถานะการติดตั้ง
ระบบตัดเส้นและทำความสะอาดหัวฉีด
P2S มีหลายชิ้นส่วนที่ทำงานร่วมกันเพื่อจัดการเส้น Filament และทำความสะอาดหัวฉีดก่อนหรือระหว่างกระบวนการพิมพ์ โดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับ AMS หรือมีการเปลี่ยนสี เปลี่ยนวัสดุ และล้างเส้นออกจากหัวฉีด 1
Filament Cutter
คันโยกตัดเส้น Filament ติดตั้งอยู่ด้านซ้ายของ Toolhead ใช้สำหรับตัดเส้นและตรวจจับสถานะของชุดตัด เมื่อคันโยกถูกกดโดย Filament Cutter Stopper ใบมีดจะตัดเส้น Filament เพื่อรองรับการเปลี่ยนเส้นอัตโนมัติร่วมกับ AMS ภายในมีแม่เหล็กและ Hall Sensor สำหรับตรวจจับตำแหน่งคันโยก เพื่อยืนยันว่าชุดตัดกลับสู่ตำแหน่งปกติแล้ว 1

ภาพที่ 16: คันโยกตัดเส้น Filament บริเวณ Toolhead

ภาพที่ 17: แม่เหล็กที่ใช้ร่วมกับระบบตรวจจับตำแหน่งของ Cutter Lever

ภาพที่ 18: Hall Sensor สำหรับตรวจจับสถานะของชุดตัดเส้น
Part Cooling Fan
Part Cooling Fan เป็นพัดลมแบบ Centrifugal ขนาด 5815 ที่เป่าลมไปยังบริเวณหัวฉีด เพื่อช่วยให้พลาสติกเย็นตัวเร็วขึ้นระหว่างพิมพ์ โดยเฉพาะงานพิมพ์ความเร็วสูง การระบายความร้อนของชิ้นงานมีผลต่อผิวงาน รายละเอียด และการแข็งตัวของแต่ละ Layer 1

ภาพที่ 19: พัดลมระบายความร้อนชิ้นงานบริเวณหัวพิมพ์

ภาพที่ 20: ลำดับสายของ Part Cooling Fan ตามภาพประกอบจากต้นฉบับ
Hotend Cooling Fan
Hotend Cooling Fan เป็นพัดลมเฉพาะสำหรับระบายความร้อนให้ Heatsink ของ Hotend เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิฝั่ง Cold Section และลดความเสี่ยงของการอุดตันจากความร้อนสะสม 1
ภาพที่ 21: พัดลมระบายความร้อนของ Hotend
Filament Cutter Stopper
Filament Cutter Stopper อยู่ด้านซ้ายของเครื่อง เป็นชิ้นส่วนพับได้ที่ใช้กระตุ้นคันโยกตัดเส้นบน Toolhead ระบบจะเปลี่ยนตำแหน่งของ Stopper ตามการเคลื่อนที่ของแกน X ในแนวแกน Y ระหว่างการพิมพ์มีสองสถานะหลัก คือ Zero Position และ Working Position 1
| สถานะ | การทำงาน |
|---|---|
| Zero Position | เมื่อแกน X เคลื่อนมาด้านหน้าของโครงเครื่อง Stopper จะหดกลับเพื่อไม่ให้รบกวนพื้นที่พิมพ์ |
| Working Position | เมื่อแกน X เคลื่อนไปด้านหลังของโครงเครื่อง Stopper จะเด้งออกมา และเมื่อจำเป็นต้องตัดเส้น คันโยกบน Toolhead จะกดกับ Stopper เพื่อทำการตัดเส้น |

ภาพที่ 22: การทำงานของ Filament Cutter Stopper ในตำแหน่งต่าง ๆ
ข้อควรระวัง
ห้ามใช้แรงภายนอกกด งัด หรือดัน Filament Cutter Stopper หลังจากชิ้นส่วนเด้งออกมาแล้ว เพราะอาจทำให้โครงสร้างภายในเสียหายและทำให้ฟังก์ชันตัดเส้นทำงานผิดปกติ 1
Purge Wiper
Purge Wiper อยู่บริเวณด้านหลังซ้ายของโครงเครื่อง และเชื่อมต่อกับช่องทิ้งเศษพลาสติกด้านหลังเครื่อง ชุดนี้ประกอบด้วยส่วนรับเศษพลาสติกจากการ Purge และแผ่นเช็ดหัวฉีดแบบหยาบ ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เศษพลาสติกที่ถูกล้างออกจากหัวฉีดถูกพากลับเข้าสู่พื้นที่พิมพ์ 1

ภาพที่ 23: ตำแหน่ง Purge Wiper บริเวณด้านหลังซ้ายของเครื่อง

ภาพที่ 24: ลักษณะการทำงานของ Purge Wiper ขณะรับเศษพลาสติก
การทำความสะอาดหัวฉีดก่อนเริ่มพิมพ์แบ่งเป็นสองขั้นตอนคือ Rough Wiping และ Fine Wiping โดย Rough Wiping จะใช้แผ่นเช็ดเพื่อกำจัดเศษพลาสติกที่ติดกับ Nozzle ส่วน Fine Wiping จะให้หัวฉีดเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่เฉพาะบน Build Plate แล้วขูดเบา ๆ ลงประมาณ 1–2 มม. เพื่อให้ปลายหัวฉีดสะอาดและเรียบก่อนเริ่มงาน 1
แผ่นซิลิโคนสำหรับเช็ดหัวฉีดเป็นชิ้นส่วนสิ้นเปลือง ควรตรวจสภาพและเปลี่ยนตามความเหมาะสม หากแผ่นเช็ดเสียหาย หัวฉีดอาจไม่สะอาดพอและส่งผลต่อคุณภาพงานพิมพ์ได้ 1
Heatbed และ Build Plate
Heatbed ทำหน้าที่ให้ความร้อนกับพื้นผิวพิมพ์เพื่อช่วยให้ชิ้นงานยึดเกาะกับ Build Plate ได้ดีขึ้น หากไม่มีความร้อนจากฐานพิมพ์ เส้นพลาสติกที่ถูกวางลงบนแผ่นพิมพ์อาจเย็นตัวเร็วเกินไป เกิดแรงดึงระหว่างชั้น และทำให้ชิ้นงานโก่งหรือหลุดจากฐานได้ 1

ภาพที่ 25: Heatbed และตำแหน่งสำคัญบนพื้นผิวฐานพิมพ์
ระหว่างพิมพ์ P2S จะปรับอุณหภูมิ Heatbed ตามชนิดวัสดุ โดยต้นฉบับระบุว่าฐานพิมพ์สามารถทำความร้อนได้สูงสุดถึง 110°C ตัวอย่างเช่น การพิมพ์ PLA บน Low-temperature Build Plate ใช้อุณหภูมิฐานประมาณ 35–45°C เพื่อช่วยลดการโก่ง ส่วนวัสดุอย่าง ABS และ PC ต้องใช้อุณหภูมิฐานประมาณ 100–110°C เพื่อลดโอกาสเกิด Warping 1
| ส่วนบน Heatbed | หน้าที่ | หมายเหตุการใช้งาน |
|---|---|---|
| Heating Area | ให้ความร้อนกับพื้นผิวพิมพ์ | ควรทำความสะอาดพื้นผิวก่อนพิมพ์ และหลีกเลี่ยงการใช้ของมีคมขูดแผ่นแม่เหล็กอ่อน |
| Calibration Markers | ใช้สำหรับการ Calibration ของ Live-view Camera | ควรหลีกเลี่ยงการขูดหรือทำให้ตำแหน่ง Marker เสียหาย |
| Print Plate Positioning Blocks | ช่วยให้วาง Build Plate ได้ตรงตำแหน่ง | ตอนวางแผ่นพิมพ์ให้เอียงเข้าด้านในเล็กน้อย แล้วเลื่อนจนชนตำแหน่งจำกัดก่อนปล่อย |
| Nozzle Wiping Plate | ใช้สำหรับ Fine Wiping เพื่อทำให้ปลายหัวฉีดสะอาด | ควรทำความสะอาดและดูแลเป็นประจำ |
ก่อนวาง Build Plate ควรตรวจและทำความสะอาดพื้นผิว Heatbed ให้ไม่มีเศษวัสดุค้างอยู่ เพราะเมื่อนำเครื่องไปทำความร้อน เศษวัสดุที่ติดอยู่ระหว่าง Build Plate กับ Heatbed อาจทำให้แผ่นแม่เหล็กอ่อนเสียหายแบบถาวรได้ 1
Build Plate
P2S มาพร้อม Textured PEI Build Plate เป็นค่าเริ่มต้น เหมาะกับงานพิมพ์ทั่วไป แผ่นพิมพ์ยึดกับ Heatbed ด้วยแรงแม่เหล็ก พื้นผิวแบบ Texture ช่วยให้ชิ้นงานยึดเกาะระหว่างพิมพ์ และเมื่อแผ่นเย็นตัวลงแล้ว ชิ้นงานจะถอดออกได้ง่ายขึ้น เครื่องยังรองรับ Smooth PEI Build Plate และ Low-temperature Stability Build Plate ตามการใช้งานของวัสดุแต่ละประเภท 1

ภาพที่ 26: ตัวอย่าง Build Plate สำหรับ P2S
Adaptive Airflow System
Adaptive Airflow System ประกอบด้วย Auxiliary Part Cooling Fan และ Air Filter ระบบนี้สามารถสลับเส้นทางลมระหว่างโหมดดึงอากาศเย็นจากภายนอกเข้าสู่ Chamber กับโหมดหมุนเวียนอากาศภายในพร้อมกรองกลิ่นและอนุภาค เพื่อปรับสภาพภายใน Chamber ให้เหมาะกับสถานการณ์การพิมพ์ 1
Adaptive Airflow Switching Unit
P2S ใช้ Adaptive Airflow Switching Unit ซึ่งอธิบายอย่างง่ายได้ว่าเป็นพัดลมช่วยระบายความร้อนชิ้นงานที่มีความสามารถในการดึงอากาศจากภายนอกเข้ามาใน Chamber เมื่อพิมพ์วัสดุอุณหภูมิต่ำ เช่น PLA ระบบจะดึงอากาศเย็นจากภายนอกเข้ามาเพื่อลดอุณหภูมิภายใน ลดโอกาสเกิด Hotend Clog จากความร้อนสะสม และช่วยให้ชั้นงานพิมพ์เย็นตัวเร็วขึ้น 1

ภาพที่ 27: ตำแหน่ง Auxiliary Part Cooling Fan หรือชุดสลับทางเดินลม
เมื่อพิมพ์วัสดุอุณหภูมิสูง ระบบจะหยุดดึงอากาศเย็นจากภายนอก และเปลี่ยนเป็นการหมุนเวียนอากาศภายในร่วมกับ Air Filter เพื่อช่วยคงอุณหภูมิใน Chamber ให้เหมาะกับวัสดุที่ต้องการความร้อนสูง 1
Air Filter
Air Filter อยู่บริเวณด้านหลังขวาของโครงเครื่อง ในโหมด Heating อากาศภายใน Chamber จะถูกดูดผ่านช่องทางด้านหลังของ Filter เพื่อกรองและลดกลิ่นรวมถึงอนุภาคที่เกิดจากการพิมพ์ ต้นฉบับระบุว่าเมื่อเทียบกับ P1 Series ตัวกรองของ P2S มีพื้นที่ใหญ่ขึ้นและมีประสิทธิภาพการกรองดีขึ้น 1

ภาพที่ 28: ตำแหน่ง Air Filter ด้านหลังขวาของเครื่อง
Cooling Mode
เมื่อพิมพ์วัสดุอุณหภูมิต่ำ เช่น PLA เครื่องจะทำงานใน Cooling Mode โดย Adaptive Airflow Switching Unit จะดึงอากาศเย็นจากภายนอกเข้าสู่ Chamber เพื่อลดอุณหภูมิภายใน ช่วยให้ Hotend และชิ้นงานเย็นตัว ลดโอกาสเกิดการอุดตัน และช่วยรักษาคุณภาพงานพิมพ์ อากาศร้อนเดิมภายใน Chamber จะถูกระบายออกทางช่องระบายด้านหลังและช่องบริเวณ Purge Wiper 1
ภาพที่ 29: เส้นทางการไหลของอากาศใน Cooling Mode
ภาพที่ 30: ตัวอย่างตำแหน่งช่องทางระบายอากาศใน Cooling Mode
ต้นฉบับระบุว่า P2S ไม่ได้ติดตั้ง Exhaust Fan แยกต่างหาก แม้ Adaptive Airflow Switching Unit จะทำงานด้วยความเร็วสูง เครื่องยังคงมีระดับเสียงต่ำ และเงียบกว่าระบบ Exhaust Fan ของ P1S 1
Heating Mode
P2S ไม่มีระบบควบคุมอุณหภูมิ Chamber แบบ Active Chamber Temperature Control แต่สามารถเพิ่มอุณหภูมิอากาศภายใน Chamber ผ่านการหมุนเวียนอากาศภายในเครื่องได้ ในโหมดนี้ Heatbed และ Hotend จะเป็นแหล่งความร้อนหลัก ส่วน Adaptive Airflow Switching Unit จะไม่ดึงอากาศเย็นจากภายนอก แต่จะหมุนเวียนอากาศภายในร่วมกับ Air Filter เพื่อช่วยให้อากาศร้อนกระจายสม่ำเสมอและผ่านการกรอง 1

ภาพที่ 31: เส้นทางอากาศใน Heating Mode ซึ่งเป็นการหมุนเวียนภายในร่วมกับ Air Filter
Belt Tensioner
Belt Tensioner อยู่ด้านหลังเครื่อง ใช้สำหรับปรับความตึงของสายพานขับเคลื่อน เพื่อรักษาความแม่นยำในการพิมพ์และความเสถียรของการเคลื่อนที่ P2S มีระบบตรวจสอบความตึงสายพานในตัว หากความตึงสายพานเบี่ยงเบนจากช่วงที่แนะนำ เครื่องจะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ปรับตั้ง เพื่อให้เครื่องทำงานได้เหมาะสมและรักษาคุณภาพงานพิมพ์ 1

ภาพที่ 32: ตำแหน่ง Belt Tensioner ด้านหลังเครื่อง
Filament Buffer
Filament Buffer ทำหน้าที่นำเส้น Filament เข้าสู่ PTFE Tube Coupler ของเครื่อง พร้อมช่วยปรับความเร็วการป้อนเส้นและตรวจจับความผิดปกติ เช่น เส้นพันหรือแรงต้านสูงผิดปกติ ชุด Hardware ของ Buffer แบ่งออกเป็น Buffer Section และ Filament Detection Section 1

ภาพที่ 33: ตำแหน่ง Filament Buffer ของ P2S
หมายเหตุ
รุ่น Standalone ไม่ได้รวม Filament Buffer มาให้ ในกรณีนี้เส้น Filament จะถูกป้อนเข้า PTFE Tube Coupler ของเครื่องโดยตรง หากต้องการใช้งาน Buffer สามารถซื้อแยกและติดตั้งเพิ่มเติมตามคู่มือเฉพาะของ Bambu Lab 1
Buffer Section
Buffer Section ประกอบด้วย Slider, แม่เหล็ก 2 ตัว, สปริง 2 ตัว และ Hall Sensor เมื่อ Extruder ดึงเส้น Filament เข้าสู่ Toolhead แรงดันของเส้นจะทำให้ Slider ภายใน Buffer เคลื่อนไปทางขวา เพื่อเก็บความยาวเส้นส่วนหนึ่งไว้ชั่วคราว หลังจาก Extruder ใช้เส้นส่วนนี้ไปแล้ว Slider จะกลับสู่ตำแหน่งเริ่มต้น ตำแหน่งของ Slider ถูกตรวจจับโดย Sensor และส่งข้อมูลให้ AMS และเครื่องพิมพ์ เพื่อปรับความเร็วการป้อนเส้นแบบไดนามิก 1

ภาพที่ 34: โครงสร้างภายในของ Buffer Section

ภาพที่ 35: การเคลื่อนที่ของ Slider เพื่อช่วยปรับความเร็วการป้อนเส้น
ถ้าเส้น Filament พันกันหรือมีความผิดปกติที่ทำให้แรงต้านเพิ่มขึ้น Slider จะถูกดันกลับไปทางซ้าย หากตำแหน่งของ Slider เคลื่อนเกินช่วงปกติ Hall Sensor จะตรวจพบความผิดปกติและแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ตรวจสอบ 1

ภาพที่ 36: ตัวอย่างการตรวจจับความผิดปกติจากแรงต้านของเส้น Filament
Filament Detection Section
Filament Detection Section มีช่องทางตรวจจับ 2 ช่อง แต่ละช่องประกอบด้วยแม่เหล็ก สปริง และ Hall Sensor เมื่อไม่มีเส้น Filament อยู่ในช่อง แม่เหล็กจะถูกสปริงดันให้อยู่ห่างจาก Hall Sensor แต่เมื่อมีเส้น Filament เข้ามา เส้นจะดันแม่เหล็กเข้าใกล้ Hall Sensor ทำให้เครื่องตรวจจับได้ว่ามีเส้นอยู่ในช่องนั้น 1

ภาพที่ 37: โครงสร้างของ Filament Detection Section ภายใน Buffer
Y-shaped Channel
Buffer ของ P2S ใช้โครงสร้างช่องทางเส้นแบบ Y-shaped โดยช่องเส้นด้านซ้ายสองช่องจะรวมเป็นช่องเดียว เพื่อให้สามารถเก็บเส้นได้สองเส้นในฝั่งซ้าย ระหว่างใช้งานเส้นจะถูกป้อนตรงไปทางขวา โครงสร้างนี้ช่วยให้สลับระหว่าง AMS และเส้นจาก Spool ภายนอกได้ภายใน Buffer โดยไม่ต้องถอด PTFE Tube ที่ช่องรับเส้นเหมือนบางรุ่นในกลุ่ม X1/P1 1
ข้อดีอีกอย่างคือเส้นจาก Spool ภายนอกยังผ่านระบบ Buffer ด้วย จึงสามารถใช้ฟังก์ชันตรวจจับอัจฉริยะของ Buffer ได้ ช่วยเพิ่มการป้องกันระหว่างการพิมพ์ 1
Anti-vibration Feet
Anti-vibration Feet ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยแยกแรงสั่นสะเทือนระหว่างเครื่องพิมพ์กับพื้นผิววางเครื่อง โดยดูดซับพลังงานจากการสั่น ช่วยลดการสั่นของโต๊ะเมื่อวางเครื่องเพียงตัวเดียว และลดผลกระทบต่อเครื่องข้างเคียงเมื่อวางเครื่องหลายตัวบนโต๊ะเดียวกัน 1

ภาพที่ 38: Anti-vibration Feet สำหรับลดแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องพิมพ์
หมายเหตุ
หลังติดตั้ง Anti-vibration Feet ตัวเครื่องอาจยังมีการสั่นอยู่บ้าง แต่ต้นฉบับระบุว่าอาการสั่นนี้ไม่ส่งผลต่อคุณภาพงานพิมพ์ 1
Electronic Components
P2S มีชุดอิเล็กทรอนิกส์หลายส่วนที่ควบคุมการทำงานของเครื่อง ตั้งแต่ระบบประมวลผลหลัก การควบคุมการเคลื่อนที่ การเชื่อมต่ออุปกรณ์ ไปจนถึงกล้อง ไฟส่องสว่าง และเซนเซอร์ภายใน Chamber 1
Main Control Boards
P2S มีบอร์ดควบคุมหลัก 2 กลุ่ม ได้แก่ AP Logic Mainboard และ MC Motion Control Board โดย AP Logic Mainboard รับผิดชอบการประมวลผลด้านการโต้ตอบกับผู้ใช้ ฟังก์ชันอัจฉริยะ และการเชื่อมต่อกับโปรแกรม Slicer หรือแอปมือถือ ส่วน MC Motion Control Board รับผิดชอบการควบคุมการเคลื่อนที่ของแกน XYZ การควบคุมอุณหภูมิฐานพิมพ์ การตรวจจับสถานะภายในเครื่อง และการควบคุมระบบหมุนเวียนอากาศ 1
| บอร์ด | หน้าที่หลัก |
|---|---|
| AP Logic Mainboard | ประมวลผลฟังก์ชันด้านประสบการณ์ผู้ใช้ การเชื่อมต่อกับแอป/โปรแกรม และฟังก์ชันอัจฉริยะ เช่น AI Detection, Flow Calibration และ Vibration Compensation |
| MC Motion Control Board | ควบคุมการเคลื่อนที่จริงของเครื่อง รับ G-code จาก CPU แล้วสั่งงานมอเตอร์ อุณหภูมิฐานพิมพ์ สถานะ Chamber และระบบอากาศภายในเครื่อง |
USB Storage Port
P2S มีพอร์ต USB-A ที่รองรับมาตรฐาน USB 2.0 สำหรับการพิมพ์แบบ Offline ผ่าน USB Drive และใช้จัดเก็บไฟล์ Time-lapse Video 1
Touchscreen
P2S มาพร้อมหน้าจอสัมผัสสีขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด 854×480 พิกเซล และใช้ส่วนติดต่อผู้ใช้รุ่นใหม่ของ Bambu Lab เพื่อให้การสั่งงานเครื่องทำได้ลื่นไหลขึ้น 1
Live View Camera
P2S มีกล้อง Live View ที่รองรับ 1080p 30fps โดยมีการออกแบบมุมกล้องและไฟภายใน Chamber ใหม่ เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การดูภาพภายในเครื่อง กล้องนี้ใช้สำหรับการตรวจสอบงานพิมพ์แบบ Real-time, การถ่าย Time-lapse และฟังก์ชัน AI Detection ที่จำเป็น 1

ภาพที่ 39: ตำแหน่งกล้อง Live View ภายในเครื่อง P2S
หมายเหตุ
ต้นฉบับระบุว่ากล้องไม่ได้มาพร้อม Privacy Cover ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดโมเดล P2S Camera Hiding Shell และพิมพ์เพื่อใช้งานเองได้ 1
LED Lighting
P2S มีแถบไฟ LED 2 ตำแหน่ง ได้แก่ด้านซ้ายและด้านหน้าของ Chamber เพื่อเพิ่มความสว่างภายในเครื่อง ช่วยให้มองเห็นงานพิมพ์และภาพจากกล้องได้ชัดเจนขึ้น 1

ภาพที่ 40: ตำแหน่งไฟ LED ภายใน Chamber
Chamber Temperature Sensor
Chamber Temperature Sensor ทำหน้าที่ให้ข้อมูลอุณหภูมิภายใน Chamber ของเครื่อง โดยติดตั้งอยู่ด้านบนของประตูหน้าในฝั่งด้านในเครื่อง 1

ภาพที่ 41: ตำแหน่ง Chamber Temperature Sensor ด้านในบริเวณประตูหน้า
สรุปสำหรับผู้ใช้งาน
P2S เป็นเครื่องพิมพ์สามมิติที่รวมหลายระบบไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ระบบเคลื่อนที่ CoreXY, Toolhead, Extruder, Hotend, ระบบตัดเส้น, Purge Wiper, Heatbed, Adaptive Airflow, Filament Buffer และชุดอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมหลัก การเข้าใจหน้าที่ของแต่ละส่วนจะช่วยให้ผู้ใช้สังเกตอาการผิดปกติได้แม่นขึ้น และเลือกอ่านคู่มือซ่อมบำรุงหรือคู่มือปรับตั้งได้ตรงจุดมากขึ้น
สำหรับการใช้งานจริง หากพบอาการผิดปกติ เช่น เสียงสายพานผิดปกติ เส้นป้อนสะดุด หัวฉีดมีเศษพลาสติกสะสม ฐานพิมพ์สกปรก หรือ Chamber ร้อน/เย็นไม่เหมาะกับวัสดุ ควรกลับมาตรวจดูว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับระบบใดในบทความนี้ แล้วจึงเปิดคู่มือเฉพาะหัวข้อนั้นเพื่อดำเนินการต่ออย่างปลอดภัย


